Sukpardist's profileBye~Bye~Funking~loVe~PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 13

    ทำตามที่ใจต้องการ

    ถ้าคิดว่าสิ่งเก่าๆหรือคนเก่านั้นดีที่สุดก็จงทำไปเถอะความสุขเราใครๆก็มาเอาไปไม่ได้หรอกนะ
    November 12

    ที่มาของทะเล

    ....ที่มาของทะเล
    นานมาแล้ว โลกเป็นเพียงวัตถุทรงกลมเรียบๆเปล่าๆ
    ไม่มีอะไรอยู่เลยนอกจาก
    น้ำแข็งก้อนใหญ่กับนาฬิกาทรายเรือนยักษ์ที่มีปลายเปิดสามารถ
    ปล่อยทรายออกได้อย่างเดียว
    น้ำแข็งกับนาฬิกาทรายเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เล็ก
    ร่วมทุกข์ร่วมสุข
    จนทั้งคู่เติบใหญ่เข้าสู่วัยหนุ่มสาว
    ความงดงามของน้ำแข็ง ทำให้นาฬิกาทรายแอบชื่นชมหลงใหล
    แต่ทุกครั้งที่พยายามแสดงความสนิทสนมใกล้ชิด
    ความเย็นชาจากน้ำแข็งก็ทำให้นาฬิกาทรายต้องผิดหวังทุกทีไป
    วันหนึ่งนาฬิกาทรายทะเลาะกับน้ำแข็งอย่างรุนแรงถึงขั้นแตกหัก
    นาฬิกาทรายร้องไห้เสียใจหนีไปอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง
    เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่านาฬิกาทรายกับน้ำแข็งก็ยังไม่คืนดีกัน
    ต่างคนต่างอยู่คนละซีกโลก
    จนมาวันหนึ่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
    ทำให้โลกจะต้องแตกออกเป็นสองส่วน
    น้ำแข็งรู้ดีว่าถ้าโลกแตกเป็นสองส่วนแล้ว
    ก็คงไม่ได้เจอกับนาฬิกาทรายตลอดกาล
    แต่ด้วยทิฐิที่มีอยู่
    น้ำแข็งจึงเลือกที่จะอยู่นิ่งๆแทนที่จะออกตามหานาฬิกาทราย
    ดวงจันทร์โคจรผ่านมา
    น้ำแข็งจึงถามว่าอีกซีกโลกเป็นอย่างไรบ้าง
    ดวงจันทร์บอกว่า นาฬิกาทรายกลับมาไม่ทันเพราะโลกกำลังจะแยก
    จึงปล่อยทรายออกมาปกคลุมรอยแตกของโลก
    เพื่อยึดไว้ไม่ให้แยกออกจากกัน
    โดยหวังว่าจะได้กลับมาพบน้ำแข็งอีก
    ทันทีที่รู้ น้ำแข็งก็รีบออกตามหานาฬิกาทราย........
    สายเกินไป ทรายกำลังจะหมดจากตัวนาฬิกาแล้ว
    เมื่อน้ำแข็งมาถึงก็ได้ยินเพียงคำพูดสุดท้ายจากปากของนาฬิกาทราย
    "ฉันรักเธอ"
    ความเย็นชาที่มีในตัวน้ำแข็งหมดลงทันที
    น้ำแข็งจึงเริ่มละลายในขณะที่ทรายเม็ดสุดท้ายร่วงลงสู่พื้นดิน
    กลายเป็นน้ำทะเลที่อ่อนโยน คอยโอบอุ้มผืนทรายที่บริสุทธิ์
    อยู่คู่กันมาจนทุกวันนี้
    October 15

    เพลงด่าเกรียน

    เพลง เกรียน ครับ heh
    http://battlemc.org/modules/MP3_Player/niancrew-vol8.mp3

    เกรียน

    Grian Gian Motha Fucka...
    หัว..... เกรียน
    (สร้อย)
    เกรียนๆ หัวดำตัดผมให้เกรียนเป็นทรงนักเรียน
    เกรียนๆ Give Mfckin เกรียนพวกกูกิลด์เนียน
    เกรียนๆ สันดานมึงโคตรอิลskillมึงโคตรเกรียน
    เกรียนๆ ด็อทเอ หรือ โยลกังมันบอกมันโคตรเซียน..... x2
    ............................................................................
    K cury :
    เกรียนๆ กูกลับ !!มาเหมือน King สถาปนาเนียน
    แร๊พเหมือนจริง กูเอาเกรียนห้องคอมึงเหมือนบลิง
    เฉือนจริง รามคมเหมือนกับปังตอ
    Fuckin' หัวเกรียนไม่ทานทนเหมือนกับอังกอร์

    มึงฟังต่อ .. บาร์ที่ 5 เริ่มเข้าประเด็นเกรียน
    Clinic Cool ฟอกสบู่ ทำมึงเย็นเกรียน
    มึงเป็นเซียน !! ไหนลองดวล โกะกับฮิคารุ
    ใบไม้แค่ปลิวไหว เกรียนใสบอกว่าพายุ

    ให้เกรียน อาวุโส จนถึงเกรียนเยาว์วัย
    แปลงไฟล์เป็น mp3 แล้วบอกมึงเอาไป
    มึงเศร้าใจ หัวเกรียนอย่างมึงเริ่มอาบัติ
    เดินผ่านหน้า เหมือนทหารกล้า ต้องวันทยาหัด..

    ดิ้นอยู่ในพาร์คลับหัวเกรียนก็มาก็หลับปุ๋ย
    ยังไม่รู้สึกตัว ก็มีสายลมที่อับฉุย
    ที่ไหนมีหัวเกรียนกู"ลุย" ยิ่งกว่า"เกิดมา"
    ท้ายทอยมึงเป็นเบอร์ 0 ทันทีตอนที่มึงน่ะเปิดตา

    ต้องการรูปกู search หา google ไม่เจอเกรียน
    บางตำราบอกว่า ต้องดักในโรงเรียน
    หัวเกรียนนี่ มันชอบ เป่าไม้ไอติม เป็นอาจิณ
    ขึ้นชื่อว่า hiphop เกรียน bossบอกว่าดาจิม

    ในโรงยิม กูไม่ได้ยินแม้แต่เสียงมัน
    แต่อินเตอร์เน็ตคาเฟ่มันเล่น DotA ซะเสียงดัง
    เซ็งแซ่ ถ้าใครเป็นแม่ Kc บอกว่าเซ็งแน่
    มันเป็นแน่ ถ้าเปิดน้ำเย็นแช่ แบบไม่เสียตัง
    ............................................................................
    (สร้อย)
    เกรียนๆ หัวดำตัดผมให้เกรียนเป็นทรงนักเรียน
    เกรียนๆ Give Mfckin เกรียนพวกกูกิลด์เนียน
    เกรียนๆ สันดานมึงโคตรอิลskillมึงโคตรเอียน
    เกรียนๆ ด็อทเอ หรือ โยลกังมันบอกมันโคตรเกรียน..... x2
    .......................................................................................
    Awaken :
    ภาษาไทยวันละคำ วันนี้ขอนำ คำว่าเกรียน
    เปิดหนังสือ คุณจะเจอในพจนานุกรมฉบับนักเรียน
    แปลว่า สั้นเกือบติดหนังหัว ผิวหนังหรือ ดูเลี่ยน
    แต่วันนี้มันไม่ใช่ กระผมจึงมา เพื่อ กราบเรียน !

    เกรียน ! เกรียน ! มันเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่ง
    คุณอย่าเพิ่งเหมารวมว่ามันคือกลุ่มเด็ก ป.1
    โรคนี้รุนแรง ยิ่งกว่าขี้เกลื้อนบนหลังหมา
    แพร่ระบาดทั่วร้านเกม ตั้งแต่ เชียงรายถึงยะลา

    อาการของเกรียน คุณหมอเขาฝากบอกมาว่า
    เป็นโรคเกิดจากกลุ่มวัยรุ่น ที่มันชอบเสพหญ้า
    จนครอโรฟิว เข้าไปอุดตันในสมองซีกขวา
    ควบคุมตนเองไม่ได้ จึงก่อเกิดคดี อาญา !!

    กฏของเกรียน ไม่ได้มีจำกัดที่ทรงผม
    เป็นได้ทุกรุ่นทุกวัย ไม่ว่าจะหญิง ชาย รวยหรือ จน
    มีสิทธิเท่าเทียมในความเกรียนเหมือนทุกคน
    ในเว็บบอร์ดเกมส์ออนไลน์ จะพบอยู่ปะปน

    Niancrew ได้วิจัย หัวเกรียนถึงลักษณะ
    ทั้งพวกที่อยู่ในร้านเกม เหล่านี้ชอบอ้างเรื่องทักษะ
    คำพูดวาจา มันเหมือนกับหลอดไฟ ที่ขาดฟิวส์
    เกรียน InW ! แต่มันกลับเขียน "ไอ เอ็น ดับบลิว" !!!!

    ............................................................................
    (สร้อย)
    เกรียนๆ หัวดำตัดผมให้เกรียนเป็นทรงนักเรียน
    เกรียนๆ Give Mfckin เกรียนพวกกูกิลด์เนียน
    เกรียนๆ สันดานมึงโคตรอิลskillมึงโคตรเกรียน
    เกรียนๆ ด็อทเอ หรือ โยลกังมันบอกมันโคตรเซียน..... x2
    .......................................................................................
    K cury :
    มันเป็นคำสาปว่าหัวเกรียนต้องติดเกม
    เดินเข้ามาได้ร้าน ความรู้สึกเหมือนกูวิ่งผิดเลน
    นักเลงเม้าส์ เกรียนนั่งบี้ มือกำลัง เก็บ-
    ผู้เล่นแต่ละ ราย ด้วยสไน B 4-7

    Battle dace มึง แต่งชุดแดจังกึมแล้วเสือกวินมิว
    สงคราม สาดกระหน่ำ กับ เกม Battle ฟิวด์
    หัวเกรียนนั่งหิว แต่ตีปังย่าก็พอมัน..
    เลยเวลาแต่นั่งนิ่ง กูทำมึงบิน เหมือน Fly for fun

    มึงต้องวิเคราะห์เหมือนดอลตัน กูทำอะตอมเป็นวงกลม
    พอเล่นได้ 4 ถ้วย ตะโกนว่า คสย !! ให้กับคนชม
    กูสั่งให้ชงนม แจกทุกคน ที่เล่น sos
    cs ถอยไปนี่ มันต้อง online เหมือนกับ Sf ( Specail force Thailand )

    กูเขียนเสร็จ ไม่ต้องใช้ ชีวจิตเหมือนกับ โยลกัง
    เพราะ Rhyme กูปล่อยพลังคลื่นเต่า แรงกว่าโกฮัง ( โกฮัง = ลูกโงคู )
    หันไปเครื่องหลังกำลังเล่นกูด่าว่า โยลเกรียน !!!
    มึงสู้งัวครั่งไม่ไหว เพราะสกิลมึงอ่อนยิ่งกว่า โกเทียน ( โกเทียน = น้องโกฮัง )

    ............................................................................
    (สร้อย)
    เกรียนๆ หัวดำตัดผมให้เกรียนเป็นทรงนักเรียน
    เกรียนๆ Give Mfckin เกรียนพวกกูกิลด์เนียน
    เกรียนๆ สันดานมึงโคตรอิลskillมึงโคตรเกรียน
    เกรียนๆ ด็อทเอ หรือ โยลกังมันบอกมันโคตรเซียน..... x2
    .......................................................................................
    เกรียนๆ จะสอบต้องตั้งใจเรียนทรงผมมึงต้อง
    เกรียนๆ เอนกกระเผกเดินมามึงควรทำหน้า
    เกรียนๆ หัวกูยังดำสนิทมึงคิดมองจ้อง
    เกรียนๆ เวลากูโดนแง๊บผมมึงสมน้ำหน้า ....x2
    ............................................................................
    Awaken :
    เกรียนเกรียนก็หัวขาวเหมือนกับหัวไชเท้า
    swish on ทรงผมมึงโดนริบรอน right now
    เบอร์ 0 ไม่รองหวี เอนกบอกว่าเบอร์เกรียน
    เหมือนกับหนังกูถ่าย.. มีมนัสเป็นพะเรอเกวียน

    นี่แหละทรงที่ถูกกฎ ฝ่ายปกครองอ้างว่าถูกหมด
    ชื่อกูอยู่ในสมุด ไม่รูกี่ครั้งที่ถูกจด
    ทรงผมหยั่งงี้ไปซ่าข้างนอกระวังจะถูกตบ
    3 ปีกูฝ่าฝืน ทำตัวเหมือนแมลงบนจมูกกบ

    ทำตัวประจบสอพลอจนกลายเป็นหัวหน้าฝ่าย
    -ปกครอง กูเรียกพวกพ้อง ผลักมึงตกครอง
    -หน้าโรงเรียน จบตอนกูกล้าจ่าย เป็นใบปกทอง
    ไม่มีปกป้อง กู ชี้แจงด้วยธนบัตรหกฟ่อน

    สาวเล่น msn เจอ ยังบอกนี่แหละผัวเดี๊ยน
    ส่ง contact ให้ดูชื่อ กูก็บอกนี่แหละหัวเกรียน...
    สกินเฮดไม่ใช่เกรียน ให้มึงลองถามช่าง
    บอกเป็นครั้งที่ 8 เกรียนแท้ ต้องขาวสามด้าน !!!!!

    K cury :
    ทรงผมมึงมองดูเลี่ยนพวกมึงน่ะ เกรียนกรุ๊ป
    ถ้ามึงเป็น เซียน ภาษาซีมึงดูอีก ที ต้องเวียน loop
    แร๊พเกรียน ! อยู่ใต้ดินต้องใช้เสียมขุด เหมือนกับมันเทศ...
    วันพระกูไม่หยุดสับมึง เขียง หลุดก่อนจะกัณฑ์เทศน์...

    เล่นทีม Undeath !!ดอทเอ มึงบอกมึงกำชัย !!
    กูเบื่อมุขติดเกม เนรเทศหัวเกรียนไปอันไต
    กูน่ะวันชัย !! ส่วนตอนนี้มึงเป็นแค่ วันรบ
    คลื่นกระแส มันไหลแรง กูเอา เกรียน..ตะแคงทำเป็นทำนบ

    เอมซี น่ะหัวเกรียนเวลากูเปลี่ยนเบอร์หวี
    ตื่นตนก ตกใจเหมือนเวลามึงเจอผี
    มึงเจอดี .. ถึงเวลามีภัยมึงต้องชวนหลีก
    กฎระเบียบที่เคร่งครัด แต่ครีบสบัดยังอวนฉีก

    กระทรวงบีบ กูอยากจะถีบตอนมึงคิดเรื่อง !!
    ตัดทรงเกรียน แบตตาเลี่ยนกำลังติดเครื่อง
    อดทนอยู่ทุกวันเพราะตอนนี้เรียน รด.
    สันดานมึงเกรียนออก กูเตรียมกรอกด้วย ก.ย.....

    ............................................................................

    (สร้อย)
    เกรียนๆ หัวดำตัดผมให้เกรียนเป็นทรงนักเรียน
    เกรียนๆ Give Mfckin เกรียนพวกกูกิลด์เนียน
    เกรียนๆ สันดานมึงโคตรอิลskillมึงโคตรเกรียน
    เกรียนๆ ด็อทเอ หรือ โยลกังมันบอกมันโคตรเซียน..... x4
    ................................................................................
    October 08

    กลอนแห่งเกรียน

    อันว่าเกรียน นั้นมีอยู่ ช่วงวัยรุ่น
    มัวหมกมุ่น จนครุ่นคิด จิตฟุ่งซ่าน
    กิริยา และวาจา ส่อสัน ดาน
    อันธพาล เที่ยวระราน ด่าผู้คน
    ตอนเขาเรียน มันก็โดด มาเล่นเกม
    สุขเกษม เปรมปรี ข้ามิสน
    แม้นพ่อแม่ บุพการี จักยากจน
    มิกังวล เพราะข้านั้น คือพันธุ์เกรียน

    แต่ละวัน ตัวมันนั้น อยู่ร้านเนต
    เล่นเกมเสร็จ ก็เตร็ดเตร่ อยู่ตามห้าง
    ใช้ชีวิต ให้หมดวัน ไร้หนทาง
    อนาคต จักร่วมสร้าง ชาติอัปจน
    อันบางตัว มีแววชั่ว แต่แบเบาะ
    เที่ยวปากเปราะ สร้างศัตรู ทุกแห่งหน
    พอพบเจอ ตัวจริงแท้ แต่ละคน
    โถไอฅน นึกว่าแน่ ที่แท้เกรียน

    บางผู้นั้น ตัวก็เล็ก เท่าลูกหมา
    จะปากกล้า ก็จำเพาะ ในหมู่มาก
    พออยู่ตัว คนเดียวนั้น ก็หงอคราง
    ดีแต่สร้าง วีรกรรม ระ ยำ ชน
    อันเด็กเกรียน ทั่วทั้งหลาย พี่ขออย่าง
    จงหยุดสร้าง ชื่อเสียเถิด จะเกิดผล
    พี่เตือนแล้ว ขอให้น้อง แต่ละคน
    หยุดซักหน ก่อนโดนส้นตีน กระทืบเอ๋ย..

    September 14

    ขนมของ "คนรักกัน

    ขนมของ "คนรักกัน"

    ไอ้ทิ หรือพ่อกะทิ
    ชายหนุ่มโผงผางผู้กำพร้าพ่อแม่ อยู่ตัวคนเดียว พูดจริงทำจริง ขยันขันแข็งเอางานเอาการ เสร็จจากงานนาก็มารับจ้างขี่ควายส่งคนเข้าซอย ทุกคนในหมู่บ้านล้วนรักและเอ็นดูไอ้ทิ ยกเว้นผู้ใหญ่ปลั่ง เพราะผู้ใหญ่ปลั่งมีลูกสาวสวย ที่ดันมาหลงรักไอ้ทิด้วยเช่นกัน

    แม่แป้ง
    ลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่ปลั่งสาวสวยประจำหมู่บ้าน นางเจอกับไอ้ทิในวันลอยกระทง ทั้งคู่ขี่ควายสัญญากันต่อหน้าพระจันทร์ ไม่ว่าข้างหน้าจะมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใด ทั้งคู่ก็จะขอเอาความรักแท้ที่จริงใจฝ่าฟันข้ามไป แล้วไอ้ทิก็รวบรวมเงินทองเท่าที่เก็บสะสมมาได้ ไปบ้านผู้ใหญ่ปลั่งเพื่อสู่ขอแม่แป้ง ซึ่งผู้ใหญ่ก็ต้อนรับมันอย่างดี ด้วยชายฉกรรจ์ 6 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ไอ้ทิไม่ว่ากระไร ได้แต่พาร่างอันสะบักสะบอมกลับไปบ้านนอนหยอดน้ำข้าวต้มหลายวัน ด้วยใจยังตั้งมั่นว่า วันหน้าจะมาขอใหม่ ขอไปจนกว่าผู้ใหญ่จะใจอ่อน

    ในที่สุดผู้ใหญ่ปลั่งก็ปิดหนทางความรักของไอ้ทิด้วยการคลุมถุงจัดงานแต่งงานให้ลูกสาว กับปลัดหนุ่มจากบางกอก

    ไอ้ทิรู้ข่าวจึงรีบวิ่งทุรนทุรายหมายจะมาทำลายพิธี ซึ่งผู้ใหญ่ปลั่งก็รู้ดีว่าไอ้ทิต้องกระทำแบบนี้ จึงขุดหลุมพรางดักรอเอาไว้

    แม่แป้งแอบได้ยินแผนร้าย ก็แอบหนีหมายจะมาห้ามคนรักไม่ให้หลงกล เหตุการณ์ต่อไปนี้ไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์ ได้แต่ปะติดปะต่อมาจากคำบอกเล่าของชาวบ้านแบบปากต่อปากว่า

    .. คืนนั้นเป็นคืนเดือนแรม แม่แป้งแอบวิ่งฝ่าความมืดออกมาดักหน้าไอ้ทิ ไอ้ทิเห็นแม่แป้งวิ่งมาก็ดีใจ รีบวิ่งไปหา แม่แป้งเห็นไอ้ทิรีบวิ่งมาก็รีบวิ่งเข้าไปหาให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก

    ฉับพลัน...ร่างแม่แป้งก็ร่วงหล่นลงไปในหลุมพรางของผู้ใหญ่ปลั่งต่อหน้าต่อตาไอ้ทิทันที อารามตกใจ ไอ้ทิรีบกระโดดตามลงไปเพื่อช่วยเหลือ อารามดีใจ สมุนชายฉกรรจ์ 6 นายของผู้ใหญ่ปลั่งรีบเข้ามาโกยดินฝังกลบ เพราะคิดว่าก้นหลุมมีเพียงไอ้ทิผู้เดียวที่อยู่ในนั้น

    รุ่งเช้า ผู้ใหญ่ปลั่งเดินยิ้มมาขุดหลุมเพื่อดูผล ภาพเบื้องล่างพบไอ้ทิตระกองกอดทับร่างแม่แป้งลูกสาวของตน นอนตายคู่กันอย่างมีความสุข เมื่อยิ้มถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตา ผู้ใหญ่ปลั่งสั่งลูกสมุนสร้างเจดีย์คลุมครอบปิดหลุมนั้นไว้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจคนทั่วไปว่า อย่าคิดทำร้ายหรือทำลายความรักของใครอีกเลย สถานที่ตั้งเจดีย์นั้นไม่มีใครรู้แน่นอน จะมีก็แต่เพียงอนุสรณ์แห่งความรักที่กระทำสืบทอดกันมาจนเป็นประเพณี

    ทุกแรมหกค่ำเดือนหก ชาวบ้านที่ศัรทธาในความรักของไอ้ทิกับแม่แป้งจะตื่นตั้งแต่มืด เข้าครัวเพื่อทำขนมที่หอมหวาน ปรุงจากแป้งและกะทิ บรรจงแคะจากพิมพ์ แล้วนำมาวางคว่ำหน้าซ้อนกัน เป็นสัญลักษณ์ว่า จะได้อยู่ร่วมกันตลอดไป

    ขนมนี้เรียกขานกันในนาม ขนมแห่งความรัก (ขนมของ "คนรักกัน" ) หรือเรียกย่อๆ ว่า " ขนม ค.ร.ก. "

    ฝากด้วยกับละครเวที

    August 31

    ชีวิตพอเพียงของมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก Warren Buffet วอร์เรน บัพ

    แปลโดย Wilai Trakulsin

    มีรายการสัมภาษณ์หนึ่งชั่วโมงของสถานีโทรทัศน์ CNBC สัมภาษณ์ วอร์เรน บัพเฟตต์ มหาเศรษฐีอันดับสองของโลก ( รองจากบิล เกตส์) ซึ่งบริจาคเงินให้การกุศล 31,000 ล้านดอลล่าร์

    ต่อไปนี้คือแง่มุมบางส่วนที่น่าสนใจยิ่งจากชีวิตของเขา:

    1. เขาเริ่มซื้อหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุ 11 ขวบ และปัจจุบันบอกว่ารู้สึกเสียใจที่เริ่มช้าไป!
    2. เขาซื้อไร่เล็กๆ เมื่ออายุ 14 โดยใช้เงินเก็บจากการส่งหนังสือพิมพ์
    3. เขายังอาศัยอยู่ในบ้านเล็กหลังเดิมขนาด 3 ห้องนอน กลางเมืองโอมาฮา ที่ซื้อไว้หลังแต่งงานเมื่อ 50 ปีก่อน เขาบอกว่ามีทุกสิ่งที่ต้องการในบ้านหลังนี้ บ้านเขาไม่มีรั้วหรือกำแพงล้อม
    4. เขาขับรถไปไหนมาไหนต้วยตนเอง ไม่มีคนขับรถหรือคนคุ้มกัน
    5. เขาไม่เคยเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว แม้จะเป็นเจ้าของบริษัทขายเครื่องบินส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก
    6. บริษัท เบิร์กไช แฮทะเวย์ ของเขามีบริษัทในเครือ 63 บริษัท เขาเขียนจดหมายถึงซีอีโอของบริษัทเหล่านี้เพียงปีละฉบับเดียว เพื่อให้เป้าหมายประจำปี เขาไม่เคยนัดประชุมหรือโทรคุยกับซีอีโอเหล่านี้เป็นประจำ

    7. เขาให้กฎแก่ ซีอีโอ เพียงสองข้อ
    กฎข้อ 1 อย่าทำให้เงินของผู้ถือหุ้นเสียหาย
    กฎข้อ 2 อย่าลืมกฎข้อ 1

    8. เขาไม่สมาคมกับพวกไฮโซ การพักผ่อนเมื่อกลับบ้าน คือทำข้าวโพดคั่วกินและดูโทรทัศน์

    9. บิล เกตส์ คนที่รวยที่สุดในโลก เพิ่งพบเขาเป็นครั้งแรกเมื่อห้าปีก่อน บิล เกตส์คิดว่าตนเองไม่มีอะไรเหมือนวอร์เรน บัพเฟตต์เลย จึงให้เวลานัดไว้เพียงครึ่งชั่วโมง แต่เมื่อบิล เกดส์ได้พบบัฟเฟตต์จริงๆ ปรากฏว่าคุยกันนานถึงสิบชั่วโมง และบิล เกตส์กลายเป็นผู้มีศรัทธาในตัววอร์เรน บัพเฟตต์

    10. วอร์เรน บัพเฟตต์ ไม่ใช้มือถือ และไม่มีคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงาน

    11. เขาแนะนำเยาวชนคนหนุ่มสาวว่า: จงหลีกห่างจากบัตรเครดิตและลงทุนในตัวคุณเอง



    ที่สุดของชีวิต คือ มีปัจจัย ๔ อย่างเพียงพอนั่นเอง

    ๑. มหาเศรษฐีหรือยาจก กินข้าวแล้วก็อิ่ม 1 มื้อ เท่ากัน

    ๒. มหาเศรษฐีหรือยาจก มีเสื้อผ้ากี่ชุด ก็ใส่ได้ทีละชุด เท่ากัน

    ๓. มหาเศรษฐีหรือยาจก มีบ้านหลังใหญ่แค่ไหน พื้นที่ที่ใช้จริงๆ ก็เหมือนกันคือ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว เหมือนกัน

    ๔. มหาเศรษฐีหรือยาจก จะมียารักษาโรคดีแค่ไหน ยื้อชีวิตไปได้นานเพียงไร สุดท้ายก็ต้องตาย เหมือนกัน

    มองทะลุวัตถุนิยม และเห็นความหมายที่แท้จริงของชีวิต 
    August 17

    ความสุขของพระมหากษัตริย์

    ความสุขของพระมหากษัตริย์

    ....หนึ่งปีที่ผ่านมา......


    เราใส่เสื้อเหลือง

    เราใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง

    คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมเพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาที

    วันนั้น ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี และพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย


    .....สิบสองปีที่ผ่านมา......


    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกินไป

    ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราชเช่นกัน

    เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย พระหัตถ์ข้างหนึ่งกุมอยู่ที่พระอุระ และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ เพราะน้ำกำลังท่วมกรุงอยู่

    ยังจำกันได้ไหม?

    ..... 34 ปีที่ผ่านมา.....


    วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2516 เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิดวิกฤติด้านการเมืองรุนแรงที่สุด

    วันนั้น นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้วงรัฐบาล เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้น ตำรวจทหารยิงประชาชน ในขณะที่นิสิตนักศึกษาก็เผาสถานที่ราชการ เกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง

    คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคนว่า “คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน”

    และทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน


    หลังจากนั้นไม่นาน มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า “เป็นไปได้อย่างไร ที่คนๆ เดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น?”

    ผมไม่ได้ตอบ แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยคที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า พระองค์ทรงเป็น "SOUL OF THE NATION" หรือ “จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ”

    ยังจำกันได้ไหม?

    แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่?

    เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด

    เราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส

    เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ “สิทธิ” แต่ลืมคำว่า “หน้าที่”

    เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้

    เราสร้าง “กฎหมู่” ให้เหนือ “กฎหมาย”

    เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย

    เราก้าวร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน

    และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่

    เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา

    จะทรงเสียพระทัยเพียงใด?

    80 ชันษาของพระองค์ท่าน หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่ ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก หรือกระทบกระเทือนใจแต่อย่างใด

    แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะแพทย์


    พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ


    ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม แห่ล้อมด้วยข้าราชบริพาร

    หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน รู้จักความพอเพียง และมีสติ-เพียงเท่านี้เอง

    แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่


    หรือนี่คือการแสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา
     
     
    August 16

    เรื่องเล่า.. จากเวสป้า

    เรื่องเล่า.. จากเวสป้า
    ไฟแดงที่ 1 :-
    รถสปอร์ต : (ขับมาด้วยความเร็วสูง และลดความเร็ว เมื่อเจอสัญญาณไฟแดง)
    รถเวสป้า : พี่ ๆ รู้จักเวสป้าป่าวว..วว..วว (ตะโกนโหวกเหวก แล้วก็ฝ่าไฟแดง
    แซงรถสปอร์ตไป) รถสปอร์ต : (..งง...)

    ไฟเขียว:-
    รถสปอร์ต แซงรถเวสป้า และนำขึ้นไป..

    ไฟแดงที่ 2 :-
    รถสปอร์ต : (จอดติดไฟแดง)
    รถเวสป้า : พี่ ๆ รู้จักรถเวสป้าป่าว..วว...วว (ถามด้วยน้ำเสียงเดิม
    และฝ่าไฟแดง แซงรถสปอร์ตไป) รถสปอร์ต : (เอ๊ะ.. ไอ้นี่ 2 ครั้งแล้นนะ)

    ไฟเขียว :-
    รถสปอร์ตเหยียบมิด และตามรถเวสป้าทัน

    ไฟแดงที่ 3:-
    รถเวสป้าฝ่าไฟแดงอีกครั้ง แต่โดนรถกระบะพุ่งชน
    ทำให้รถและคนกระเด็นไปคนละทาง................

    รถสปอร์ต : (ขับมาใกล้ ๆ คนขับเวสป้า) เป็นไงล่ะน้อง..
    รู้จักหนังสือพิมพ์ป่าว เอาไว้นอนอ่านสักฉบับ มั้ย
    คนขับเวสป้า : พี่รู้จักเวสป้าป่าว.. ที่ผมถามน่ะ
    จะถามว่าเบรคมันอยู่ไหน...........ผมเพิ่งหัดขับ!!
    รถสปอร์ต :...............???................... 


     
    August 10

    ยกภูเขา...ออกจากอก

    สมัยนี้ผู้หญิงลำบาก ดูสิ ! เกย์เต็มบ้านเต็มเมือง อย่างนี้ก็เสี่ยงสูงขึ้นนะ ถ้าไม่ได้สามีเจ้าชู้ ก็กลัวว่าจะได้สามีเกย์
     

    ะสมัยนี้หรือสมัยไหน เพศแม่ก็ลำบากอยู่ดี ตราบใดที่ผู้ชายเกย์ยังขี้ขลาด แอบอยู่ คอยขังและหลอกลวงตัวเองไปพร้อม ๆ กับชีวิตอื่นในครอบครัวว่า ตัวเองมีความสุขดี

    ส่วนที่ว่าเต็มบ้านเต็มเมือง มันจริงเหรอ ? อันนี้ต้องถามกลับว่า มีใครรู้จริง ๆ หรือว่ามีจำนวนมากแค่ไหน ?

    ผมว่า กระทรวงวัฒนธรรมน่าจะสละเวลา รับหน้าที่สำรวจประชากรเกย์ จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย (ดีกว่าคอยส่งจดหมายให้หน่วยงานอื่นไปปิดเว็บโน้นเว็บนี้นะครับ)

    อีกประการหนึ่ง คนเราชอบหลงคิดไปว่า ผู้ชายผันตัวไปเป็นเกย์เพราะเลือก ความจริงแล้ว เกย์ไม่ใช่ทางเลือกนะครับ เขาเกิดมาเป็นอย่างนั้นอง แต่มีสองสิ่งที่เลือกได้คือ เลือกจะอยู่อย่างเปิดเผยไม่
    กลัวคนรู้ หรือเลือกจะปิดบังตัวเองตลอดชีวิตต่างหาก นั่นแหละครับถึงเรียกว่าเป็นทางเลือก

    ในเรื่องความเสี่ยงของผู้หญิง หากมองอีกมุม ก็มีผู้ชายหลายคนแต่งงานกับหญิงรักหญิงโดยไม่รู้ตัว แต่สิ่งที่เรารับรู้และชอบตัดสิน มักจะไม่ค่อยยุติธรรมกัน

    เพราะสังคมนี้ผู้ชายเป็นใหญ่ ยังไง ๆ ผู้หญิงที่หย่าเพราะสามีเป็นเกย์ ย่อมเป็นข่าวใหญ่กว่าผู้ชายหย่าเพราะภรรยาเป็นญรญ. และที่เกิดขึ้นก็คือ ส่วนใหญ่แล้วฝ่ายหญิงจะเป็นผู้ออกมาเปิดเผยความรู้สึก ส่วนฝ่ายชายจะหายจ้อย ผมว่าผู้หญิงที่ยอมรับความจริงและนำมันมาพูดให้คนอื่นฟังได้ เป็นคนเข้มแข็งมาก แต่เรื่องน่าเศร้าก็คือ สังคมชอบชี้นิ้วกล่าวโทษคนยอมรับความจริงว่า พวกเธอไม่ดูตาม้าตาเรือเอง สม...

    ต่อไปนี้ คุณผู้หญิงน่าจะดีใจและมีความเสี่ยงน้อยลง โลกไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เหตุผลนานาที่ว่า “ใคร ๆ เขาก็
    ต้องแต่งงานกัน” “พ่อแม่ผมอยากให้แต่ง” “แต่งแล้วคงหาย” “ผมอยากมีลูก” “เพราะบ้านผู้หญิงเขามีฐานะ” เราน่าจะได้ยินคำพูดพวกนี้น้อยลง

    อดีตสามีเกย์หมาด ๆ ผู้หนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า พอพ่อแม่เขาจากไปทั้งคู่ เขาก็ขอเลิกรากับภรรยาทันทีเพราะเขารู้ว่า มันเป็นชีวิตจอมปลอม เขาเห็นคนยอมรับตัวเองมากขึ้นตามสื่อ ตามท้องถนน ตอนนี้มองกลับไปเขาแต่งงานเกือบสิบปี กว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เขาก็อายุเกือบห้าสิบแล้ว

    เพื่อนผู้อาวุโสของผมคนหนึ่งรู้ตัวมาตั้งนานแล้ว แต่ในยุคสามสิบปีก่อนโน้น ใคร ๆ เขาก็แต่งงานกัน หลังจากหย่ากับภรรยาไปแล้วสองปี วันหนึ่งเขาโทรศัพท์กลับไปหาเธอ เพื่อบอกว่า เหตุที่ขอแยกทางที่อ้างไว้น่ะ ไม่ใช่หรอก เธอพูดขึ้นว่า ฉันรู้มาตั้งนานแล้วล่ะ เขาเพิ่งสบายใจเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้พูดความจริง

    สองรายแรกโชคดีไม่มีลูกให้ต้องตัดสินใจลำบาก แต่เพื่อนผมอีกคน มีลูกสองคน กว่าเขาคนนี้จะตัดสินใจเลือกทางเดินที่ตรงกับหัวใจ และสบายใจอย่างแท้จริง ชีวิตเขาก็เริ่มเข้าวัยเกษียณแล้ว

    ทำไมคนเราจะให้โอกาสกับตัวเอง และมีชีวิตอย่างที่มันควรจะเป็น และมีความสุขกับมันจริง ๆ ไม่ได้เสียที ?

    เกย์ที่แต่งงานแล้วหลายคนกลัวสุดขีดที่จะเปิดเผยตัวเอง เขาลงทุนไปมากแล้วนะ ทั้งหน้าตา เวลา ทรัพย์สิน ในการสร้างตัวตนจำแลงขึ้นมา และปั่นหัวตัวเองให้เชื่อไปว่า มันเป็นเกราะกำบังให้จิตใจคลายความหวาดผวา ไม่ต้องกลัว และไม่ต้องเผชิญหน้ากับใคร ๆ

    พวกเขามักฝันไปเองว่า จะไม่โดดเดี่ยวแน่ ๆ ในชีวิตนี้ แต่ถามจริง ๆ เถอะครับ ส่วนลึกสุดของหัวใจแล้ว คุณยังคงเหงา และอ้างว้างอยู่ดี เพราะคุณพยายามแล้ว แต่คุณก็กอดภรรยาอย่างสุดหัวใจและอบอุ่นไม่ได้ ขณะเดียวกัน คุณก็เปิดใจให้กับผู้ชายคนนั้นไม่ได้เช่นกัน ?

    โลกไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะเราเห็นคนยอมรับตัวเองมากขึ้น และมีความสุขกับการเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น หลายประเทศกำลังตื่นขึ้น คืนสิทธิ์ที่ควรจะมีมานานแล้วให้ผู้ชายสองคน หรือผู้หญิงสองคนที่คิดจะร่วมชีวิตกัน ให้เขาเลือกที่ชีวิตคู่กันได้หากต้องการ และมีกฎหมายรองรับ

    คู่เกย์ และคู่เลสเบี้ยนได้รับสิทธิ์ที่จะเลี้ยงดูเด็กกำพร้าได้เหมือนคู่หญิงชายที่อยู่ข้างบ้าน ความเป็นคนรักเพศเดียวกัน ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย น่ากลัว หรือมืดมนอีกต่อไป มันจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาโดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่

    สิ่งเหล่านี้เองทำให้เกย์รุ่นใหม่ไม่ต้องเดินตามรุ่นพี่ เมื่อมั่นใจกับทางเลือกที่มีมากขึ้น และรู้แล้วว่า ตัวเองเป็นใคร ชอบคนเพศไหน ก็ไม่ต้องบีบตัวเองให้แต่งงานเพราะสังคมบอก ไม่ต้องแต่งงานเพราะพ่อแม่อยากเห็นเป็นฝั่งเป็นฝา ไม่ต้องแต่งงานเพราะกลัวหน้าที่การงานจะไม่ก้าวหน้า

    เกย์ที่แต่งงานแล้วและไม่มีความสุขกับชีวิตที่ปั้นแต่งขึ้นจะค่อย ๆ เผยตัวออกมามากขึ้น คนที่เลี้ยงลูกจนโตช่วยตัวเองได้แล้ว และมีการงานมั่นคงมากขึ้น จะเปิดเผยตัวมากขึ้น มันเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นทั่วโลก

    ประเทศอย่างอเมริกา พบว่า การหย่าเพราะสามีอยากเปิดเผยตัวมีมากขึ้น และที่น่าสนใจ ผู้หญิงยุคใหม่ไม่ต้องพึ่งสามี เราจึงจะเห็นญรญ.หลายคนทิ้งชีวิตสมรสไว้เบื้องหลังโดยไม่แยแสกระเป๋าของพ่อบ้าน

    สังคมไม่ต้องตกอกตกใจไปนะครับ เขากำลังเลือกทางเดินที่เขาเลือกได้เอง เขากำลังหมดความกดดันจากกรอบเดิมที่ทุกข์สาหัส เขาจะเห็นพี่น้องร่วมโลกคนอื่นที่เปิดเผยตัว และความรู้สึกไม่ดีกับตัวเองและสิ่งที่ตัวเองเป็น กำลังจะถูกแทนที่ด้วยความเป็นจริงที่เขาเพิ่งค้นพบ และรู้ว่า เขาก็มีชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริงได้เช่นกัน


    ขอขอบคุณข้อมูล จาก หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ www.manager.co.th

     
    February 13

    หาหัวใจตัวเอง

    ลายปีมาแล้วที่ฉันคิดว่า หาหัวใจตัวเองเจอแต่ก็นั่นแหละ อีกไม่กี่ปีต่อมาก็รู้ว่าไม่ใช่ หลายคนก็บอกว่าฉันเป็นคนแปลกแยก ก็อาจ จะจริงอย่างที่ใครๆ ว่า และมีหลายครั้งที่ฉันเจอคนเข้ามาให้ค้นหาแต่มันก็ไม่ใช่ทั้งๆ ที่ไม่เคยตั้งความหวังอะไรเลิศหรู ฉันบอกกับตัวเอง ทุกครั้ง ฟังเสียงจากใจทุกทีสำหรับการค้นหาไม่ว่าครั้งไหนก็ตาม เพราะเป็นคนไม่ชอบทำร้ายและให้ความหวังกับคนดีๆ ที่ผ่านเข้า มาในชีวิต เพื่อนๆ บอกว่าฉันเห็นแก่ตัวทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกเจอ ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าคนนั้นเป็นคนที่ใช่หรือเปล่าหากยังไม่ได้ค้นหา แล้วคนที่ผ่านมาในชีวิตฉันละเขาค้นหามาตั้งหลายปีสุดท้ายฉันกับเป็นคนที่ไม่ใช่ ชีวิตก็อย่างนี้แหละบางอย่างหาคำตอบหาเหตุผลไม่ เจอ ทุกคนมีคำตอบต่างกัน บางคนไม่มีเลย ฉันคงจะเป็นอย่างประเภทหลังและไม่ชอบตอบคำถามที่ว่า ทำไม? มันเป็นคำถามที่ตอบยาก มากที่สุดในชีวิต คำตอบอาจจะถูกในความคิดของบางคนและอาจจะผิดสำหรับอีกคนก็ได้ ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่คนดีนัก มักมีคนบอกว่า ฉัน เป็นคนเข้าใจยากแต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย หากว่าคนนั้นรู้จักตัวตนฉันจริง ๆ

    ทุกคนมีวิธีค้นหาหัวใจตัวเองต่างกันไป สำหรับฉันแล้วหากเปิดใจก็จะเป็นการค้นหาและให้โอกาสทั้งสองฝ่าย ฉันมักจะบอกเสมอว่า ถ้าใครสักคน ไม่ได้เป็นคนที่เราค้นหา หรือครึ่งหนึ่งของชีวิตกันและกันก็ขอให้บอก เราอาจจะค้นหาใจกันนานแล้วสุดท้ายต่าง ก็บอก กับตัวเองว่าไม่ใช่ อาจจะมีบ้างที่เราต้องเสียใจทั้งคู่ แต่เชื่อเถอะว่าอย่างน้อยเราก็ได้ยิ้มให้กันได้อย่างสนิทใจ ให้ได้รู้ว่าเรามีคนที่ห่วง ใยเรา และเราก็ห่วงใย เขาอย่างจริงใจ เราควรจะรักคนที่เราเลือกอย่างที่เขาเป็น คนเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไรเพื่อใคร อาจจะมี บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ของ ชีวิตเพราะนั่นหมายความว่า เรารักคนอื่น ที่ไม่ใช่ตัวเขาแล้ว อาจจะเป็นใครที่เราไม่รู้จักก็ได้

    เคยคิดว่าเป็นการยากเหลือเกินที่จะเป็นคนพูดว่า เขาไม่ใช่คนที่เรารอคอย แต่การเป็นคนรับฟังยากยิ่งกว่ามาก จึงเข้าใจความรู้สึกว่าเมื่อ ได้ยินแล้วเขาจะเป็นอย่างไร เพราะเราก็เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน ซึ่งเรายังอยู่มาได้ คิดว่าเขาก็คงอยู่ได้เหมือนกัน มันอาจดูใจร้าย สำหรับฉันคิดว่าดีกว่าการหลอกหัวใจตัวเองและเขาคนนั้นต่อไป ถึงวันนี้เราก็ยังมีความห่วงใยให้กันเสมอ เพราะการจากกัน ทุกครั้ง เป็นการจากกันด้วยความเข้าใจและปราถนาดีต่อกัน ไม่ใช่การจากกันที่ใครมีอีกคนเข้ามาแทนที่กันและกัน ถ้าเป็นแบบนั้นฉันอาจ จะมีมุม มองในการค้นหาหัวใจของตัวเองใหม่ซึ่งอาจจะต่างไปจากนี้ก็ได้

    "แล้วเมื่อไหร่จะหาเจอเสียทีนะ"

    เคยรู้สึกว่าเราอยู่ได้ด้วยดี
    ไม่จำเป็นต้องมีคนดูแล-ใส่ใจ
    แต่พอมีเหตุการณ์แย่ๆ เข้ามา
    ทำให้รู้จริงๆ ว่าเราไม่ได้เข้มแข็งเลย...

    January 31

    "เอาฉันไปไว้ที่ไหน"

    มีหัวใจก็ฝากไว้ที่เธอเพียงผู้เดียว ทุกอย่างความรู้สึกดี-ดี นั่นฉันทุ่มเทไปให้กับเธอ ยาวนานเท่าไหร่ ฉันก็ไม่อาจหยั่งรู้ได้ รู้เพียงจริงใจให้เธอ เวลาผ่านไปตัวเธอก็เปลี่ยนไป ฉันคงเป็นคนเดียวที่ยังรักเธอไม่เปลี่ยน

    อยากจะตามหัวใจ เธอเอาฉันคนนี้ไว้ตรงไหน รักที่เธอให้ไปทิ้งมันไว้ตรงไหน ถามหัวใจเธอสักคำ เอาความห่วงใย จริงใจที่เคยมีหายไปไหน อะไรที่เปลี่ยนใจเธอ เอาความผูกพันนั้นไปอยู่ไหน ไม่เหลือให้เธอจดจำ

    เคยรู้สึกเคว้งคว้างบ้างมั๊ย เหมือนไม่เหลือใครแม้แต่ตัวเอง หัวใจอยู่ที่ไหน ตัวเองอยู่ที่นี่แท้-แท้ ฉันไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไร เพราะอะไร รู้เพียงเธอเปลี่ยนไป

    วันนี้เธอเป็นใครที่ฉันไม่รู้จัก เธอคนที่ฉันรู้จักไม่ใช่คนทำใจร้ายแบบนี้ ไม่ใช่คนที่พร้อมจะทำร้ายใจฉันอย่างง่ายดาย โดยไม่รู้สึกอะไร คนอย่างฉันจะมีสิทธิ์อะไรที่จะทวงถามความรู้สึกดี-ดี ที่หายไป เพราะฉันไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับเธออีกแล้ว

    มีเพียงคำถามเดียว เคยรักฉันบ้างหรือเปล่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถ้าเคยรักกันทำไมถึงทำร้ายใจกันถึงเพียงนี้ แล้วเอาฉันคนนี้ไปทิ้งไว้ไหน รู้บ้างหรือเปล่าฉันเป็นอย่างไร จะทำอะไรต่อไปหลังจากเธอเปลี่ยนใจ จะอยู่อย่างไรโดยไม่มีเธอ เพราะเธอเป็นทุกอย่างของชีวิต

    "ฉันไม่มีความหมายใช่ไหม เธอจึงทำเฉยไป อยากถามใจของเธอสักคำ"

    @ ความเป็นจริง ฉันคงอยู่ได้โดยลำพัง แต่ไม่รู้จะอยู่เพื่อใคร เพราะอยู่อย่างคนไม่มีหัวใจ @

    January 17

    "แค่นี้ ......."

    "แค่นี้ ......."

    บางครั้งคนเราในชีวิต ต้องมีจุดสะดุดอยู่หลายเรื่อง เรื่องที่เป็นจุดที่ สะดุดส่วนมากก็จะ

    เป็น เรื่องของความรัก แน่นอน เมื่อมีความรัก สิ่งแรก คือ เราจะมองโลกในแง่ดีเสมอ ไม่

    ว่ายามไหน ใครเคยประสบปัญหานี้ก็คงจะรู้ดี เหมือนตัว เรา เคยได้ชอบคนคนหนึ่ง แน่

    นอน โลกยามนั้นมันดูสวยงามเป็นสีชมพู อย่างที่ใครว่ากันไว้ เรากับเพื่อนก็เลยเริ่มปฏิบัติ

    การ ตามประสาของชมรมคนโสด ถามกันไป ถามกันได้ความว่าชอบแบบไหน อะไรบ้าง

    ที่ชอบ ได้คุย ได้พบ เห็นหน้าแล้วมีความสุข แน่นนอกนเรื่องทุกเรื่องที่ตามแอบปิ๊งจะต้อง

    มีแม่สื่อ เรื่องราวของความเศร้าก็เข้ามา เคยได้ยินไหมคับว่าแม่สื่อแม่ชักมักรักเองกรณี

    นี้ก็เกิด ขึ้นกับผม ความเศร้าหลังจากผิดหวัง แน่นอก มืดหม่นไปเสียหมด แต่แล้วไงคับ

    ผ่านมาได้ไม่กี่วันเจอจุดสะดุดอีกแล้วคับ แล้วก็เป็นอย่างนี้อยู่หลายรอบ จนปัจจุบันนี้ได้

    ชอบคนคนหนึ่งมาสองปีแล้วยืนยันคะ ว่าชะชอบต่อไป ไม่อยากอาศัยแม่สื่ออีกแล้วคับ

    เรื่องทุกเรื่องก็แค่นี้ ความรักก็เป็นเรื่องแค่นี้อีกเมือนกัน รักใครชอบใครอาศัยตัวเองนะ

    คะจะได้ไม่เจอกัยคำว่า เราเป็นแค่เพื่อนกันแค่นี้ก็พอ

    January 08

    สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด มักเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญที่สุด

    สิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด มักเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญที่สุด

    สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน เราก้อคิดอยู่ว่าเราก้อต้องเห็นอยู่แบบนั้นต่อไป ไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้มันสำคัญ ไม่เคยเห็นแม้แต่ค่า

    เหมือนกับการที่เราเห็นหน้าใครอยู่ทุกวัน คนๆนั้นวิ่งตามเราอยู่ทุกวัน ใส่ใจเราอยู่ทุกวัน เราก้อมักจะเห็นแค่ว่าใครคนนึงกำลังทำอะไรที่ดูงี่เง่า น่ารำคาญ

    จนวันนึงถ้าเราสูญเสียไป เราก้ออาจจะรู้สึกเสียใจบ้าง เราอาจจะต้องการเรียกร้องให้มาเหมือนเดิม

    หรือบางทีเราก้ออาจจะรู้สึกว่าดีใจที่ได้มีชีวิตที่ปราศจากความรำคาญ แต่จะมีใครที่เคยรู้สึกถึง ความรู้สึกของคนที่ให้อยู่บ้าง

    บางทีสิ่งที่เขาทำอยู่อาจไม่ได้ตั้งใจจะให้คุณรำคาญ แต่เขาทำไปเพราะเขารักคุณจริงๆ เหมือนความรักของพ่อแม่ เหมือนความรักของเพื่อนสนิทของคุณ เหมือนความรักของใครอีกหลายคนที่ให้คุณด้วยความจริงใจ

    คุณเคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญบ้างไหม คุณเคยคิดว่าคุณดูแลพวกเขาดีพอรึยัง คุณให้ความสำคัญกับคนถูกหรือเปล่า คุณให้ความสำคัญกับคนที่ให้วัตถุคุณมากกว่าความรู้สึกที่ดีหรือเปล่า

    สิ่งที่สำคัญมักมองไม่เห็นด้วยตา แต่ต้องมองด้วยหัวใจ

    แต่เรามักไม่มีเวลาพอที่จะใช้หัวใจมอง เรามองอะไรแค่ฉาบฉวยแล้วก็ตัดสิน เรามองดูความรวยความจนของคนที่สิ่งของที่เขาใช้ เรามองความดีของคนตรงที่เขาแสดงให้เราเห็น เรามองอะไรหลายอย่างด้วยตา แล้วเราก้อตัดสินคนเพียงแค่เวลาไม่เกิน 5 นาที

    เราต้องสูญเสียมิตรที่ดีไปเพียงเพราะเราอ้างว่าไม่มีเวลา

    เราไม่มีเวลาก็ต่อเมื่อเราไม่สนใจ เราไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งนั้น ต่อคนๆนั้น

    แต่ถ้าลองมองย้อนดู ทำไมเราถึงมีเวลาทำอะไรมากมายหลายอย่างในแต่ละวัน

    เพราะเราให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ

    ทำไมคุณไม่ลองให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณลืมไป กับคนที่หวังดีกับคุณแต่คุณไม่เคยมอง

    อย่าปล่อยให้มิตรภาพดีๆต้องมีรอยร้าว เพราะเมื่อวันนึงถ้าต่างคนต่างไป

    เราจะได้จากกันด้วยความรู้สึกที่ดี เราจะได้ไม่รู้สึกผิดว่า เรายังทำดีกับเขาไม่เพียงพอ

    December 28

    เค้าว่ากันว่า

    1.เค้าว่ากันว่า...อ่านหนังสือซักเล่มต้องใช้เวลา เช่นเดียวกัน เราคงไม่รู้จักใครซักคนได้ดีตั้งแต่วันแรก
    2.เค้าว่ากันว่า...อย่าตัดสินหนังสือดีๆแค่ปกมันสวย เช่นเดียวกัน คนหน้าตาดี อาจไม่ใช่คนดีเสมอไป
    3.เค้าว่ากันว่า...คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย ก็ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มแรกที่ชอบในชีวิตที่ชอบไม่ได้ เช่นเดียวกัน คนที่เราไม่อยากจะรู้จัก อาจจะเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตเราก็ได้
    4.เค้าว่ากันว่า...การชอบหนังสือซักเล่ม ไม่ได้หมายความว่า หนังสือเล่มนั้น เนื้อหาดีทุกหน้า เช่นเดียวกัน การรู้สึกดีกับใครซักคน ไม่จำเป็นว่าเขาไม่มีข้อเสียอะไรเลย
    5.เค้าว่ากันว่า...อย่ารู้สึกเสียดายเวลา กับการอ่านหนังสือบางเล่มจนจบ แล้วพบว่าเป็นหนังสือที่ไม่ชอบ เช่นเดียวกัน จงรู้สึกดี กับการใช้เวลากับใครซักคนหนึ่งอย่างเต็มที่ แม้ว่าวันหนึ่งจะรู้ว่า เค้าคนนั้นไม่ใช่เลยซักนิดเพราะอย่างน้อย ต่อจากนี้ไป เราจะได้เลือกทางถูกและคนที่ใช่ซะที
    July 01

    "อย่างน้อย การเจอรัก ดี-ดี สักครั้งในชีวิต"

    ความจิงเรารักกันแต่แค่นั้นไม่พอ ไม่พอที่จะทำให้รักยืนยาว หากรักไม่เคยเข้าใจกันและสุดท้ายรักนั้นก็คงจะจบในไม่นาน เราต่างก็ต้องเสียใจ ที่ไม่อาจไปด้วยกันได้ เราอาจเสียใจเท่ากัน ฉันอยากให้เราปรับตัวเข้าหากัน เข้าใจและมองเห็นในสิ่งที่เป็นในแต่ละคน ยอมรับในสิ่งที่เห็นหากชั่งน้ำหนักดูแล้ว ถ้าเราต้องทนมากกว่า ยอมรับก็คงจะแยกกันอย่างเข้าใจ อย่างทรมานและฝืนใจในสิ่งที่ต้องทำ ไม่มีประโยชน์จะทำอย่างนั้น มันไม่ช่วยให้เกิดความรักดีขึ้นกลับทำให้รู้สึกแย่ลง ไม่มีใครอยากจะจบความสัมพันลงหรอก แต่เมื่อมันมาสุดทางของรักก็คงจะยอมและเข้าใจมัน
    "อย่างน้อย การเจอรัก ดี-ดี สักครั้งในชีวิต แม้ต้องเจ็บปวดเมื่อจบลง แต่ก็ดีกว่าอยู่โดยลำพังและไม่รู้จักรักเลยสักครั้งให้ได้รู้จักรักเป็น
    June 05

    ขอแค่ได้รัก

    ผม ชอบ ผู้ หญิง คน หนึ่ง แต่ เขา มี แฟน แล้ว แต่ ทำ ไม ผม ไม่ เสีย ใจ เลย ครับ ผม แค่ ได้ รัก เธอ ก็ พอ ใจ แล้ว มี ความ สุข กับ ความ ปน กับ ทุกข์ ก็ สนุก ดี ทั้ง ที่ เขา บอก เสมอ ว่า ไม่ ได้ รัก ผม แต่ คน อื่น ที่ ผม เคย จีบ บอก รัก ผม มาก มาย แต่ ผม กลับ ไม่ ชอบ เลย แต่ กลับ คน นี้ บอก ไ รัก ผม ทุก วัน ไม่ รู้ สิ นะ แต่ ผม รู้ สึก ว่า ผม คง รัก เค้า เข้า แล้ว สิ นะ คน อื่น ๆ ผม ก็ ไม่ อยาก จะ ติด ต่อ กะ เค้า ต่อ ไป อีก แล้ว นี่ คือ ความ รู้ สึก ของ ผู้ ชาย คน หนึ่ง ที่ อยาก เล่า สู่ กัน ฟัง ครับ ผม เจ็บ กาย แต่ ทำ ไม ไม่ เจ็บ ใจ นะ ครับ ผม
    May 04

    แล้วเราเองจะเข้าใจ

    างทีที่มีโอกาสคบหากลับใครสักคนในชีวิต แล้วเรารู้สึกเฉยๆ หรืออาจจะรู้สึกว่าคนๆนั้นคือคนสำคัญสำหรับเราก็ตาม มันก็เป็นความรู้สึกที่ดี-ดี ที่ไค่อยเห็นค่าของคำว่ารักก็เป็นอีกแบบหนึ่ง คือเที่ยวสนุกไปวันๆ นึกถึงตั้งแต่เที่ยวเรื่อยเปื่อย สนุกสนาน มันก็มีแต่ความสุขน่ะ จนวันหนึ่งสิ่งนั้นหายไป แรกๆ เราก็อาจไม่รู้สึกอะไรหรอก หรือบางคนอาจไม่รู้สึกอะไรเลยก็เป็นได้ ผมว่ามันแล้วแต่คนนะ ว่าเค้าคบกันมาแบบไหน เพื่อนผมก็มีน่ะ แบบนี้ แต่ว่าเพื่อนอีกคน ก็บอกว่ากว่าจะรู้ว่ารักผู้หญิงคนนี้ก็ต่อเมื่อถึงเวลาที่เค้าจากไปแล้วจะครบปี เหมือนนั่นเป็นช่วงเวลาแห่งการทบทวนของชีวิต ก็นานพอดูน่ะ ผมว่า ไม่รู้ของคนอื่นจะให้เวลากับตัวเองเพื่อทบทวนเรื่องราวต่างๆนานแค่ไหน สำหรับผมแล้วการนั่งทบทวนเรื่องราวต่างๆในแต่ละวัน สักวันละ10นาทีก็น่าจะดีน่ะ วันนี้ดีที่สุดของเราคือ จดไว้ หากว่าไม่เหลือบ่ากว่าเเรง อย่างน้อยเราก็ไม่ได้เสี่ยสิ่งดี-ดีในชีวิตของเราไป หรือเสียบทเรียนดี-ดี ที่จะสอนเราไปเพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดเรื่องแย่ๆขึ้นได้อีก บางทีการที่เราได้หยุดคิด ให้เวลาคุยกับตัวเองบ้าง เราจะได้เคยชินกับการฟังเสียงจากใจของเราเองว่าต้องการอะไรกันแน่ในชีวิต จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจที่หลังว่า ทำไมชั้นทำแบบนี้ ทำไมไม่ทำอย่างนั้น แต่สุดท้ายมันก็ผ่านมาแล้วและเราก็เป็นคนกระทำ ทำอย่างเราเสียก็ควรยอมรับผลที่ตามมาอย่างหน้าชื่นบาน หรือว่าน่าชื่นอกตรมก็แล้วแต่น่ะจำไว้ว่าสิ่งที่สูญเสียไป ไม่ใช่เสียทุกอย่าง มันยังเหลือบทเรียนที่ดี-ดีให้กับเราเสมอ เป็นประสบการณ์ที่จะช่วยสอนเราเตือนเรา แต่บางครั้งก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง นั่นเพราะเราไม่ฟังเสียงจากใจเราเอง
     
    February 22

    ความรักกับการมีอยู่

    มีประโยคหนึ่งในหนัง IL MARE ที่น่าสนใจมาก...
    เขาบอกทำนองว่า...ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรักน่ะ
    ไม่ใช่เพราะมันจากไปหรอก...แต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก
     
    ถ้าวันนี้คน2คนต่างหมดรักกันไปคงไม่มีใครต้องเสียใจมากนัก
    แต่กลับเป็นเพราะรักที่ยังอยู่ในใจของผมนั่นเองที่ทำให้ตัวผมนั้นปล่อยวางลงไม่ได้
     
    ธรรมชาติของรัก มักไม่ให้โทษแก่ใคร เพียงแต่อาจปรุงแต่งให้หัวใจพองฟูจนลืมนึกถึงความจิงที่ว่า "มีวันที่มีรักมา  ก็อาจมีวันที่รักไปก็ได้"
     
    ความรักเป็นสิ่งสวยงาม หลายคนจึงอดหลงไหลได้ปลื้มกับมันไม่ได้ในยามที่มันอยู่ เรามักหลอกตัวเองว่า เพราะเรารักเขามาก เขาคงเห็นความดี ความตั้งใจของเรา และรักเราตอบบ้าง ไม่มากก็น้อย
     
    และเมื่อเขาตอบรับรักของเรา ความฟูของหัวใจ มักทำให้เราก้าวล่วงไปถึงการรู้สึกยึดมั่น ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเราเป็นเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวทางใจอย่างหนึ่ง ที่จะต้องอยู่กับเราทุกครั้งเมื่อเราต้องการ นานเท่าที่เราปรารถนา
     
    ความรู้สึกอันนี้แหละ คือจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวดทั้งมวล เพราะมันได้ฝืนกฎธรรมชาติ ไม่ได้บอกว่า...รักต้องลงเอย ด้วยความเศร้าเสมอไป เพียงแต่ถ้า เขาจะอยู่ เขาจะไป จะรักคุณมากขึ้นคงเดิม หรือหดน้อยถอยลง ก็จะเป็นเพาะคน2คน ไม่ใช่ความต้องการของเราฝ่ายเดียว หรือของเราฝ่ายเดียว
     
    ชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อนเข้าใจยาก...แต่ในความซับซ้อนนั้น มันก็เรียบง่ายอย่างที่เรานึกไม่ถึง เพราะไม่ว่าสิ่งไหน เรื่องอะไรสารพัดสารพัน ทุกอย่างล้วนอยู่ในกฎเดียวกัน มันจะเกิดขึ้น...ตั้งอยู่...แปรสภาพแล้วก็จบลง
     
    รักที่สมหวัง อยู่กันจนแก่เฒ่า ก็ไหนไม่พ้นกฎข้อนี้ เพราะวันนึง ไม่เราและเขาก็ต้องตายจากกันไป สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าวันนี้เขาจะอยู่หรือไป
     
    สำคัญที่ว่า...ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน ขอให้มีความทรงจำที่ดี...ก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อย เราก็ไม่อะไรดีๆให้นึกถึง และยิ้มให้ความทรงจำไว้ได้ ถึงวันนี้ยังจะร้องไห้ ก็คงไม่กะไร เพราะชีวิตก็เป็นแบบนี้ มีวันที่เลวร้าย มีวันที่สวยงาม มีวันที่ว่างเปล่า สุขก็อยู่กับเราไม่นาน ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน สุขก็เคยแวะผ่านมาแล้วก็ไป ทุกข์เองก็เป็นเช่นนั้น ร้องไห้แล้วก็อย่าร้องเปล่าๆมองให้เข้าใจชีวิตของตัวเองไปด้วย
     
    วันใหม่ในชีวิตมาถึงในอรุณรุ่งของวันพรุ่งนี้ วันที่เราจพไม่ร้องไห้อีกต่อไป
     
    ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตัวของผมเอง
     

    ความรักกับการมีอยู่

    มีประโยคหนึ่งในหนัง IL MARE ที่น่าสนใจมาก...
    เขาบอกทำนองว่า...ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรักน่ะ
    ไม่ใช่เพราะมันจากไปหรอก...แต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก
     
    ถ้าวันนี้คน2คนต่างหมดรักกันไปคงไม่มีใครต้องเสียใจมากนัก
    แต่กลับเป็นเพราะรักที่ยังอยู่ในใจของผมนั่นเองที่ทำให้ตัวผมนั้นปล่อยวางลงไม่ได้
     
    ธรรมชาติของรัก มักไม่ให้โทษแก่ใคร เพียงแต่อาจปรุงแต่งให้หัวใจพองฟูจนลืมนึกถึงความจิงที่ว่า "มีวันที่มีรักมา  ก็อาจมีวันที่รักไปก็ได้"
     
    ความรักเป็นสิ่งสวยงาม หลายคนจึงอดหลงไหลได้ปลื้มกับมันไม่ได้ในยามที่มันอยู่ เรามักหลอกตัวเองว่า เพราะเรารักเขามาก เขาคงเห็นความดี ความตั้งใจของเรา และรักเราตอบบ้าง ไม่มากก็น้อย
     
    และเมื่อเขาตอบรับรักของเรา ความฟูของหัวใจ มักทำให้เราก้าวล่วงไปถึงการรู้สึกยึดมั่น ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเราเป็นเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวทางใจอย่างหนึ่ง ที่จะต้องอยู่กับเราทุกครั้งเมื่อเราต้องการ นานเท่าที่เราปรารถนา
     
    ความรู้สึกอันนี้แหละ คือจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวดทั้งมวล เพราะมันได้ฝืนกฎธรรมชาติ ไม่ได้บอกว่า...รักต้องลงเอย ด้วยความเศร้าเสมอไป เพียงแต่ถ้า เขาจะอยู่ เขาจะไป จะรักคุณมากขึ้นคงเดิม หรือหดน้อยถอยลง ก็จะเป็นเพาะคน2คน ไม่ใช่ความต้องการของเราฝ่ายเดียว หรือของเราฝ่ายเดียว
     
    ชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อนเข้าใจยาก...แต่ในความซับซ้อนนั้น มันก็เรียบง่ายอย่างที่เรานึกไม่ถึง เพราะไม่ว่าสิ่งไหน เรื่องอะไรสารพัดสารพัน ทุกอย่างล้วนอยู่ในกฎเดียวกัน มันจะเกิดขึ้น...ตั้งอยู่...แปรสภาพแล้วก็จบลง
     
    รักที่สมหวัง อยู่กันจนแก่เฒ่า ก็ไหนไม่พ้นกฎข้อนี้ เพราะวันนึง ไม่เราและเขาก็ต้องตายจากกันไป สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าวันนี้เขาจะอยู่หรือไป
     
    สำคัญที่ว่า...ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน ขอให้มีความทรงจำที่ดี...ก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อย เราก็ไม่อะไรดีๆให้นึกถึง และยิ้มให้ความทรงจำไว้ได้ ถึงวันนี้ยังจะร้องไห้ ก็คงไม่กะไร เพราะชีวิตก็เป็นแบบนี้ มีวันที่เลวร้าย มีวันที่สวยงาม มีวันที่ว่างเปล่า สุขก็อยู่กับเราไม่นาน ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน สุขก็เคยแวะผ่านมาแล้วก็ไป ทุกข์เองก็เป็นเช่นนั้น ร้องไห้แล้วก็อย่าร้องเปล่าๆมองให้เข้าใจชีวิตของตัวเองไปด้วย
     
    วันใหม่ในชีวิตมาถึงในอรุณรุ่งของวันพรุ่งนี้ วันที่เราจพไม่ร้องไห้อีกต่อไป
     
    ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตัวของผมเอง